หลายประเทศในยุโรป เปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในแถบยุโรปตะวันตก เฉียด 200 คนแล้ว ขณะที่ภารกิจกู้ภัยยังดำเนินต่อไปอย่างเร่งด่วน

นายกรัฐมนตรีเยอรมนี อังเกลา แมร์เคิล ลงพื้นที่เมื่อวานนี้(18 ก.ค.) เยี่ยมหมู่บ้านชูล์ดในแคว้นอาห์รไวเลอร์ ที่ถูกกระแสน้ำพัดทำลายไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และกล่าวว่า ภัยพิบัติครั้งนี้ “น่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง” พร้อมสัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยอย่างเต็มที่

โอลาฟ โชลซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของเยอรมนี ระบุว่ารัฐบาลกลางเตรียมจัดสรรงบประมาณมากกว่า 300 ล้านยูโร ( ราว 11,610.48 ล้านบาท ) เพื่อช่วยเหลือเยียวยาทุกพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบนานกว่าครึ่งทศวรรษ ทั้งในด้านชีวิตความเป็นอยู่ และการซ่อมแซมบูรณะสถานที่ซึ่งได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ สถิติผู้เสียชีวิตสะสมอย่างเป็นทางการของผู้เสียชีวิตจากวิกฤติอุทกภัยในเยอรมนีครั้งนี้ อยู่ที่อย่างน้อย 156 ราย พบมากที่สุดในรัฐไรน์ลันด์-ฟัลซ์ 110 ราย ตามด้วยรัฐนอร์ดไรน์-เวสต์ฟาเลน 45 ราย

สำหรับสถานการณ์ล่าสุด แม้ฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างหนักได้หยุดลงแล้วในเยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม แต่ยังคงตกอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศของยุโรปตะวันตกและตอนกลางทวีป ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันบริเวณพรมแดนเยอรมนีกับสาธารณรัฐเชก รวมทั้งในออสเตรีย

ขณะที่ในเบลเยียมมีผู้เสียชีวิตยืนยันอย่างน้อย 27 ราย นายกรัฐมนตรีอเล็กซานเดอร์ เดอ ครู ผู้นำเบลเยียม กล่าวว่า อุทกภัยครั้งนี้เป็น “ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ” ซึ่งแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศแห่งนี้ แต่เป็นการเพิ่มแรงกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเพิ่มความตระหนักเกี่ยวกับวิกฤติโลกร้อน และเร่งหาทางบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์ ทั้งนี้ รัฐบาลเบลเยียมกำหนดให้วันอังคารที่ 20 ก.ค.นี้ เป็นวันไว้อาลัยทั่วประเทศให้แก่ผู้เสียชีวิตจากภัยธรรมชาติครั้งนี้